KhonKaen DIABEXKhonKaen DIABEX
คนไข้คิวส่งต่อวางแผนบุคลากร
นพ.บีดีไอ แฮกกาทอนนพ
← รายชื่อคนไข้

ณัฐนรี ใจงาม / Natnaree Jaingam

KKDX-0017อายุ 71 ปีหญิงidentify: icd10
AI SUMMARY

กำลังสรุปด้วย AI…

3.0ข้อมูลการรักษาครั้งล่าสุด

อัปเดตหลังพบแพทย์
คำสั่งอินซูลิน (ยูนิต/ครั้ง)รวม 30 ยูนิต/วัน
บันทึกหลังตรวจ (อาการ / คำแนะนำ / ยา)

3.1Patient Overview

ชนิดเบาหวาน
Type 2 (เบาหวานชนิดที่ 2)
Type 2
93%
Type 1
2%
LADA
5%

ความเสี่ยง 8 อวัยวะ
โรคไตเรื้อรัง
91%
ความดันโลหิตสูง
65%
อัมพฤกษ์/หลอดเลือดสมอง
40%
หลอดเลือดหัวใจ
38%
หัวใจสั่นพลิ้ว
29%
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
28%
หัวใจล้มเหลว
27%
ภาวะสมองเสื่อม
18%
ประสิทธิภาพยาปัจจุบัน
insulin Insulin-0.8%ได้ผล

3.2Timeline + Tipping Points

HbA1c (%) เส้นประ = พยากรณ์ปัจจุบัน 7.2% 6 ด. คาด 6.3%
Tipping Point Alerts

ยังไม่พบสัญญาณล่วงหน้าที่ต้องเตือน

LDL (mg/dL) เป้า < 100
น้ำหนัก (kg)

3.3What-If Simulator

ทางเลือก: เพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)
HbA1c คาดการณ์
6.5%
▼ 0.7% จากปัจจุบัน (7.2%)
ความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลดลง 0.6%

ลด HbA1c ~0.7% และลดความเสี่ยงไต/หัวใจ

AI อธิบาย

กำลังวิเคราะห์ด้วย AI…

ทางเลือกของแพทย์
พิมพ์ชื่อยา (ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า) แล้วระบุขนาด

3.4Drug Sequence Roadmap

  1. ตอนนี้เริ่ม MetforminBiguanide
    เงื่อนไข: วินิจฉัย Type 2
  2. 6 เดือนเพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)SGLT2i
    เงื่อนไข: ถ้า HbA1c ยังเกิน 7.5%
  3. 12 เดือนเพิ่ม GLP-1 RA (semaglutide)GLP-1 RA
    เงื่อนไข: ถ้า HbA1c ยังเกิน 8% หรือ BMI สูง
  4. 18–24 เดือนพิจารณาเริ่ม Basal insulinInsulin
    เงื่อนไข: ถ้ายังไม่ถึงเป้าหลังยา 3 กลุ่ม

3.5Organ Risk Map

ความสัมพันธ์ข้ามอวัยวะ
ไต (CKD)→หัวใจ (CAD/HF)
ไตเสื่อมเพิ่มความเสี่ยงหัวใจหลายเท่า
ความดันสูง→สมอง (Stroke)
ความดันสูงเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง
โรคไตเรื้อรัง
Chronic Kidney Disease
91%
ความเสี่ยงสะสม
ปัจจัยขับเคลื่อน
  • UACR 2681.8 (macroalbuminuria)
  • HbA1c 7.2%
  • SBP 153 mmHg
ยาที่ช่วยหลายอวัยวะ
SGLT2i: ช่วยทั้งน้ำตาล ไต และหัวใจล้มเหลว
GLP-1 RA: ลดเหตุการณ์หัวใจ และลดน้ำหนัก

ผู้ป่วยณัฐนรี ใจงาม อายุ 71 ปี เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มี HbA1c ล่าสุด 7.2% ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้น และคาดว่าจะลดลงถึง 6.3% ภายใน 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อโรคไตเรื้อรัง (91%) ความดันโลหิตสูง (65%) รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ (40% และ 38% ตามลำดับ) ดังนั้น การติดตามอาการและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจคัดกรองโรคไตอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และการประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยกำลังรับประทานยา insulin อยู่ จึงต้องติดตามระดับน้ำตาลในเลือดและปรับยาตามความจำเป็น

ทางเลือก: เพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)
HbA1c คาดการณ์
6.5%
▼ 0.7% จากปัจจุบัน (7.2%)
ความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลดลง 0.6%

ลด HbA1c ~0.7% และลดความเสี่ยงไต/หัวใจ

AI อธิบาย

การเพิ่ม SGLT2i (empagliflozin) ในผู้ป่วยรายนี้จะช่วยลดระดับ HbA1c ลงเหลือประมาณ 6.5% ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่ดีและช่วยลดความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลง 0.6% ข้อดีคือ SGLT2i มีผลช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม ควรระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) เนื่องจากผู้ป่วยกำลังใช้ insulin อยู่แล้ว การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของแพทย์

ทางเลือกของแพทย์
พิมพ์ชื่อยา (ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า) แล้วระบุขนาด